วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

การเตรียมความพร้อมก่อนทำธุรกิจโฮมสเตย์

               อันดับแรก ก่อนที่ผู้ประกอบการจะเริ่มทำธุรกิจโฮมสเตย์ ควรพิจารณาปัจจัยแวดล้อมต่างๆในชุมชนนั้นว่า มีความพร้อมเพียงพอที่จะเปิดให้บริการที่พักโฮมสเตย์หรือไม่...
 ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ มีวัฒนธรรมประเพณีที่เป็นอัตลักษณ์โดดเด่น และมีความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อม ?
 ความพร้อมในด้านการบริหารจัดการ และการบริการด้านต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว อาทิ จุดบริการนักท่องเที่ยว ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านขายของที่ระลึก บริการด้านการคมนาคมขนส่ง การพัฒนาเส้นทางศึกษาแหล่งท่องเที่ยว ป้ายบอกเส้นทางท่องเที่ยว ฯลฯ ?
 มีกิจกรรมภายในชุมชน ตามสภาพพื้นที่ และภูมิประเทศ เช่น เดินป่า ตกปลา ขี่ม้า ปีนเขา ขี่จักรยาน การทำการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ (สวนดอกไม้ สวนผลไม้ โรงเรือนเพาะเห็ด กระชังเลี้ยงปลา การตกปลา/ไดหมึก การเลี้ยงสัตว์ ปลูกป่า ฯลฯ) การประกอบอาชีพของคนท้องถิ่น (ทำน้ำตาล ทำกะปิ ทำขนมไทย ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ฯลฯ) งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน (การทำร่ม งานปั้น งานเพ้นท์ งานทอผ้า ฯลฯ) และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งล้วนสามารถจัดเป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวภายในชุมชนให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสร้างประสบการณ์ใหม่ได้ ?
 ชุมชนหรือผู้ประกอบการ สามารถจัดหาผู้ทำหน้าที่นำเที่ยว ซึ่งควรต้องมีความรอบรู้ในด้านต่างๆของชุมชนโดยอาจเป็นคนในชุมชนเอง ซึ่งสามารถอธิบาย/ชี้แจง และตอบคำถาม แก่นักท่องเที่ยวได้ ?
 มีความร่วมมือกันของคนในชุมชน องค์กร และหน่วยงานในท้องถิ่น ในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน โดยมีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันในด้านต่างๆ ได้แก่ แผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว แผนการรักษาสภาพแวดล้อมในชุมชน และแผนการกำจัดขยะ/น้ำเสีย/มลพิษ ?
 การจัดตั้ง และการขออนุญาตธุรกิจโฮมสเตย์มาตรฐานไทย ยังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องมารองรับโดยตรง ดังนั้น หากผู้ประกอบการรวมกลุ่มร่วมกับคนในท้องถิ่น และส่งเสริมให้กลุ่มเข้าจดทะเบียนกับสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะมีการประเมินหลักเกณฑ์ตามมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย (พ.ศ. 2551) และมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ให้ชุมชนที่ผ่านการประเมิน ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจในมาตรฐานโฮมสเตย์ของชุมชนให้แก่นักท่องเที่ยว รวมถึงยังเป็นการประกันคุณภาพธุรกิจโฮมสเตย์ของผู้ประกอบการด้วย โดยหลักเกณฑ์การประเมินจะครอบคลุมปัจจัย 10 ด้าน ดังนี้
1. ด้านที่พัก ห้องพักต้องมีความสะอาด มีการถ่ายเทของอากาศ มีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดเป็นส่วน มีความเป็นส่วนตัว/มิดชิด พร้อมทั้งมีอุปกรณ์ที่จำเป็นเตรียมไว้ให้แก่ผู้เข้าพัก รวมถึงมีการดูแลรอบบริเวณที่พัก อาทิ ทางเดิน สวน ต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ลานบ้าน ฯลฯ ซึ่งจัดให้เป็นระเบียบสวยงาม
2. ด้านอาหารและโภชนาการ การจัดเตรียมอาหารที่สะอาดถูกหลักอนามัยและมีโภชนาการ โดยอาจจัดทำเป็นอาหารพื้นบ้าน ที่ใช้วัตถุดิบสดและสะอาด ที่เก็บมาจากสวนผักปลอดสารพิษภายในบริเวณบ้าน หรือผลผลิตของเกษตรกรในชุมชน ก็จะยิ่งเป็นการช่วยเสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย
3. ด้านความปลอดภัย ผู้ประกอบการต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงมีแผน
เตรียมพร้อมรับมือหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น อาทิ เครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเบอร์ติดต่อสถานพยาบาลในพื้นที่
4. ด้านอัธยาศัยไมตรีของเจ้าบ้าน และสมาชิก ต้องมีความเต็มใจต้อนรับ และพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ตามวิถีชุมชนเสมอ
5. ด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว ต้องมีการจัดรายการนำเที่ยวในชุมชน โดยนำเสนอกิจกรรมที่เสริมสร้างความรู้และประสบการณ์แก่นักท่องเที่ยว ด้วยการประสานงานกับผู้ผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆในชุมชน
6. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม มีกิจกรรมนำเที่ยวแหล่งท่องเที่ยว โดยตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การให้คำแนะนำ/ข้อควรปฏิบัติแก่นักท่องเที่ยวเพื่อช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกิจกรรมในการช่วยกันฟื้นฟูสภาพแวลดล้อม อาทิ ปลูกป่าชายเลน หรือปลูกปะการังเทียม
7. ด้านวัฒนธรรม ชุมชนมีการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม และไม่บิดเบือนไปจากวิถีจริง
8. ด้านการสร้างคุณค่าและมูลค่าผลิตภัณฑ์ในชุมชน ใช้วัสดุในท้องถิ่นมาผลิตเป็นสินค้า เพื่อจำหน่ายเป็นของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยว และจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรต่างๆ รวมถึงการแปรรูปจำหน่าย
9. ด้านการบริหารของกลุ่มโฮมสเตย์ มีการวางแผนงาน และจัดแบ่งงานในด้านต่างๆอย่างเหมาะสม
10. ด้านการประชาสัมพันธ์ของกลุ่ม มีการเลือกช่องทางการทำตลาดที่หลากหลาย และสามารถเข้าถึง
นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการทำเอกสารประชาสัมพันธ์ ซึ่งอาจฝากวางไว้ตามศูนย์ข้อมูล
นักท่องเที่ยวในพื้นที่ หรือแหล่งท่องเที่ยว หรือหากมีการจดทะเบียนกลุ่มโฮมสเตย์กับสำนักพัฒนาการ
ท่องเที่ยวแล้ว ก็เป็นการประชาสัมพันธ์ร่วมกับหน่วยงานได้อีกทางหนึ่ง ขณะที่การทำตลาดผ่านอินเทอร์เน็ตและโซเซียลเน็กเวิร์ก ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจโฮมสเตย์แนวประยุกต์ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

 แผนการดำเนินงานของธุรกิจโฮมสเตย์
 ปัจจัยสู่ความเร็จของธุรกิจ
การจัดการทรัพยากรบุคคล (จัดวางตำแหน่ง ในจำนวนที่เหมาะสม) : ดำเนินการเองในครอบครัว หรือจ้างคนในท้องถิ่น ศึกษาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ กิจกรรม ร้านค้า และผลิตภัณฑ์ต่างๆ
วางโปรแกรมกำหนดเส้นทางนำเที่ยว ชมแหล่งท่องเที่ยว และทำกิจกรรมในชุมชน ประสานงานกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธุรกิจนำเที่ยว ร้านค้า ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหาร แหล่งผลิตอาหาร/สินค้าพื้นบ้าน ฯลฯ วางแผนการเปิดตัวธุรกิจ และวางแผนการตลาด ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ ทางเว็บไซต์/อินเทอร์เน็ต เครือข่ายชุมชน และ หน่วยงานส่งเสริม ฯลฯ เก็บข้อมูลลูกค้าที่เข้าพัก และสร้างความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับลูกค้า
โดยประเมินผลเป็นระยะ จากการสำรวจความพอใจ และความต้องการของลูกค้า รวมถึงข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาพัฒนาบริการต่อไป

               อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากปัจจัยข้างต้นแล้ว ผู้ประกอบการยังควรให้ความสำคัญในงานด้านการบริการภายในที่พักด้วย เนื่องจากเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะช่วยสร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าพัก อาทิ การจัดเตรียมอาหาร/เครื่องดื่ม การทำความสะอาดสถานที่ (ห้องพัก รวมถึงการตกแต่งสวนโดยรอบ) ฝ่ายงานต้อนรับลูกค้า(อาจเป็นเจ้าของบ้านเอง) ด้านข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆในพื้นที่ โดยพนักงาน/เจ้าบ้านทุกคนควรจะสามารถให้ข้อมูลแก่ลูกค้าได้ในทุกเรื่องที่ลูกค้าสอบถามนอกจากขั้นตอนข้างต้นดังกล่าวมาแล้ว ผู้ประกอบการควรวางกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อช่วยให้การทำธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

Product/Place – ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์ถึงความโดดเด่นในพื้นที่ ว่ามีแหล่งท่องเที่ยวประเภทใด อาทิ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (ทะเล ภูเขา น้ำตก ป่าชายเลน) หรือแหล่งท่องเที่ยวที่เกิดจากการจัดการรวมกลุ่มของชุมชน (ตลาดน้ำ ตลาดเก่าในชุมชน) ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวกลุ่มใด อาทิ ทางภาคเหนือส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาพักนักระยะยาว ต้องการความสงบ ความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางธรรมชาติ หรือหากเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อาทิ ตลาดน้ำชุมชน ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวคนไทย วันรุ่น วัยทำงาน กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการท่องเที่ยวกับเพื่อนคนรัก ครอบครัว ซึ่งมีวัตถุประสงค์ต้องการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เดินทางไม่ไกล ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก และพักผ่อนแค่ช่วงสั้นๆ แต่ชอบที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือเที่ยวชมท้องถิ่น เพื่อสร้างประสบการณ์ในวันหยุด เป็นต้น ดังนั้น ผู้ประกอบการควรออกแบบห้องพักให้ตรงตามความต้องการของผู้เข้าพัก หรือจัดเตรียมพนักงานต้อนรับที่สามารถสื่อสารในภาษาต่างชาติได้ (กรณีที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาตินิยมเดินทางเข้าไป)

Price – การตั้งราคาค่าห้องพัก ผู้ประกอบการต้องพิจารณาจากรูปแบบบริการของธุรกิจว่า จัดสร้างในรูปแบบใด เป็นโฮมสเตย์แบบพื้นบ้านดั้งเดิม หรือเป็นแนวประยุกต์ที่มีการตกแต่งให้แปลกใหม่ ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็จะแตกต่างกันไปด้วย และควรเปรียบเทียบระดับราคากับผู้ประกอบการรายอื่นๆในกลุ่มตลาดเดียวกัน แต่ทั้งนี้ โฮมสเตย์ส่วนใหญ่จะให้บริการห้องพักควบคู่กับจัดทำโปรแกรมนำเที่ยวในท้องถิ่นแก่ผู้เข้าพัก ที่อาจรวมค่าอาหารทุกมื้อไว้ด้วยแล้ว จึงขึ้นอยู่กับการวางแผนการตลาดของผู้ประกอบการด้วย

Promotion – ช่องทางการทำตลาด และการส่งเสริมการขายของธุรกิจ ซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยว/ผู้เข้าพัก รู้จักธุรกิจโดยทราบถึงรายละเอียด รูปแบบการตกแต่งห้องพัก กิจกรรม และบริการต่างๆของธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจโฮมสเตย์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้น มีข้อจำกัดในด้านการใช้งบการตลาดที่ไม่สูงมากนัก จึงต้องเลือกช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยตรง อาทิ การจัดทำแผ่นพิมพ์จัดวางตามหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น การร่วมเป็นสมาชิกกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเพื่อทำการตลาดร่วมกัน รวมถึงอาศัยช่องทางอินเทอร์เน็ตและโซเซียลเน็กเวิร์ก เป็นต้น ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการจะพิจารณาแล้วว่า ปัจจัยแวดล้อมต่างๆของชุมชนมีความเหมาะสมที่จะลงทุนทำธุรกิจโฮมสเตย์ได้ แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดของธุรกิจนี้ ที่ไม่ควรมองข้ามไป คือ ความร่วมมือจากคนในชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายบริการท่องเที่ยวที่ครบวงจร ซึ่งเกี่ยวโยงกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ อาทิ ธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร บริการนำเที่ยว การเกษตร/ประมง/แปรรูปในชุมชน ศูนย์หัตถกรรม/งานฝีมือ/งานประดิษฐ์ การทำขนม/อาหารท้องถิ่น ฯลฯ เพราะต้องอาศัยการวางแผนการตลาดร่วมกันของชุมชน และผ่านความเห็นชอบจากทุกฝ่าย รวมทั้งวางแนวทางการบริหารเครือข่ายที่ครอบคลุมในระยะยาว อาทิ การควบคุมความหนาแน่นของที่พัก ตลอดจนบริการด้านต่างๆด้วยจำนวนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัว หรือเป็นสาเหตุของการตัดราคาจำหน่ายสินค้าและบริการของผู้ประกอบการในชุมชนตามมาภายหลัง

               อย่างไรก็ตาม สำหรับในบางพื้นที่ เมื่อถึงช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวอาจเบาบางลง จนส่งผลต่อรายรับของผู้ประกอบการมีไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์ จึงพึงระลึกอยู่เสมอว่า อาชีพโฮมสเตย์ควรทำเป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ที่นอกเหนือจากอาชีพหลักที่ทำอยู่เดิม แต่สามารถนำแนวทางการทำอาชีพหลักไปปรับใช้ให้เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันกับธุรกิจโฮมสเตย์ได้

               ตัวอย่างโฮมสเตย์ที่ประสบความสำเร็จในการรวมกลุ่มของชุมชน และยังคงความเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่ชื่นชอบธรรมชาติ ได้แก่
 โฮมสเตย์ ที่ จ.พังงา “ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนเกาะยาวน้อย” ซึ่งอยู่กลางอ่าวพังงา มีธรรมชาติที่งดงาม อาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ เกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้าน เพื่อฟื้นฟูสัตว์น้ำ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวดูวิธีการปฏิบัติชมรมจึงรจัดตั้งกลุ่มโฮมสเตย์ขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาพัก และได้สัมผัสเรียนรู้กิจกรรมของชุมชนฯ และเพื่อเป็นรายได้เสริม โดยมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ นั่งรถเที่ยวรอบเกาะ ชมการทำเกษตร กรีดยาง การทำประมง/ออกเรือของชาวบ้าน การแสดงศิลปะพื้นบ้าน พายเรือแคนนูชมป่าชายเลน ปลูกป่า ดำน้ำดูปะการัง ฯลฯ
 โฮมสเตย์ ที่ จ.จังหวัดสมุทรสงคราม “ชุมชนบ้านปลายโพงพาง อัมพวา” เกิดจากแนวคิดการพัฒนาชุมชน ของผู้ใหญ่ในชุมชน โดยรวบรวมอาสาสมัครในหมู่บ้านมาเป็นเจ้าบ้าน มีกิจกรรมหลากหลายให้นักทองเที่ยวได้ร่วมทำ ได้แก่ ทำบุญตักบาตรพระในเรือ ไหว้พระตามวัดในชุมชน ชมการแสดงหุ่นกระบอก ชมบ้านแมวไทย ฝึกพายเรือแบบชาวบ้าน ชมทัศนียภาพสองฝั่งคลอง ชมการทำเกษตร (สวนมะพร้าว สวนส้มโอ สวนลิ้นจี่ ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม และชิมรสชาติหวาน อร่อยของผลไม้ไทยๆ) และที่พลาดไม่ได้ คือ การทำน้ำตาลปึกจากมะพร้าวของชาวบ้าน ทั้งนี้ ชุมชนมีตลาดน้ำอัมพวา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
 โฮมสเตย์ ที่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา “โฮมสเตย์ชุมชนบ้านบุไทร” ด้วยภูมิประเทศที่สวยงามมีอากาศเย็นสบายตลอดปี และไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก อีกทั้ง ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งอุทยาน ภูเขา น้ำตก ฯลฯ ทำให้วังน้ำเขียวกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่คนไทยนิยมเดินทางเข้าไปอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมเสริมสำหรับนักท่องเที่ยวนอกเหนือจากการเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว ยังมีการเที่ยวชมการทำอาชีพด้านการเกษตร โดยเฉพาะการเพาะปลูกผักปลอดสารพิษ สวนผลไม้ เรือนเพาะเห็ด และสวนดอกไม้หลายชนิด ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเก็บผลผลิตเองได้จากต้นสดๆ

               โดยสรุป ด้วยทิศทางการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวของไทย ที่มีปัจจัยเกื้อหนุนจากความโดดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่อย่างหลากหลาย และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ประกอบกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ที่แสวงหาแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และมีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สามารถสัมผัสถึงวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชน โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงช่วยเอื้อต่อการขยายตัวของธุรกิจโฮมสเตย์ในภูมิภาคต่างๆของไทย ดังนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความสนใจลงทุนทำธุรกิจบริการที่พักแก่นักท่องเที่ยว โดยมีพื้นที่ในทำเลซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอยู่เสมอ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หรือแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นในด้านวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การลงทุนทำธุรกิจโฮมสเตย์จึงเป็นอีกแนวทางที่น่าสนใจ แต่ด้วยแนวโน้มในปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวกลุ่มคนรุ่นใหม่ เริ่มหันมาตระหนักถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กันมากขึ้น ทำให้การทำธุรกิจโฮมสเตย์ อาจปรับเปลี่ยนเป็นแนวประยุกต์ เพื่อให้มีความทันสมัย แต่ต้องยังคงความเป็นวิถีของชุมชนเดิมไว้ โดยใช้ไอเดียการตกแต่งที่แปลกและแตกต่าง เพื่อสนองความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่

แหล่งที่มาข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรมการท่องเที่ยว, www.tripsthailand.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น