วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ท่องเที่ยวอุ่นใจด้วยประกันการเดินทาง

อุ่นใจด้วยประกันการเดินทาง

ใครจะรู้ล่ะ ว่าระหว่างเดินทาง คุณจะเจอเรื่องราวไม่คาดฝันหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ท้องเสียกะทันหัน โรคประจำตัวกำเริบ ไปจนถึงกระเป๋าหาย หรือบางทีเลวร้ายที่สุดคือเครื่องบินตก

ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมไม่หา “ประกันการเดินทาง” ช่วยคุณให้อยู่ห่างความเสี่ยงมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเที่ยวที่ไหนในโลก “ความปลอดภัย” เป็นสิ่งแรกที่ทุกคนควรคำนึงถึง ต่อให้ปลายทางงดงามเย้ายวนแค่ไหน แต่หากระเบิดตูมตามกันเป็นว่าเล่นหรือแผ่นดินไหววันเว้นวัน แบบนี้มองเห็นความเสียวและความเสี่ยงอยู่แค่เอื้อม
เลิกกังวลเถอะ เครียดเปล่าๆ ถ้าแต่ละก้าวของการท่องโลก คุณต้องแบกความกังวลไปเที่ยวด้วย หันหน้าไปพึ่ง “ประกัน” ดีกว่า
แค่ได้ยินคำว่าประกัน หลายคนเริ่มเบือนหน้าหนี แล้วคิดไปพลางว่าแค่เก็บสตางค์ไปเที่ยวแต่ละทริปก็เหนื่อยแทบขาดใจแล้ว นี่ยังจะให้มาจ่ายค่าประกันอีกหรอ
หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว ของทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ ประกันก็มีทั้งมิติของ “ค่าใช้จ่าย” และยังมีข้อดีที่ “ช่วยลดภาระ” แต่แง่มุมของค่าใช้จ่ายมักโดดเด่นกว่าด้านที่ช่วยลดภาระเสมอ
เอาเป็นว่า จะมองมุมไหนก็คงแล้วแต่คุณเอง และขึ้นกับจุดหมายปลายทางที่คุณจะไป เช่น ถ้าคุณกำลังจะเดินทางไปเที่ยวปากีสถาน ซึ่งบางพื้นที่ เช่น ตามชายขอบ แม้จะสวยงามจับใจแต่อันตรายก็อยู่แค่เอื้อมเหมือนกัน เพราะเป็นเขตที่ยังมีการสู้รบกันอยู่เป็นพักๆ แบบนี้ก็ควรจะซื้อประกันให้อุ่นใจไว้ดีกว่า
หรือถ้าหากคุณมีอาการเจ็บออดๆ แอดๆ ตั้งแต่ยังไม่ได้แพ็กกระเป๋า แบบนี้ส่อเค้าว่าระหว่างเดินทางคุณอาจจะเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้ามาแนวนี้ก็เหมือนกันคือ ทำประกันไว้ดีกว่า เพราะถ้าถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อต้องเข้าแอดมิทในโรงพยาบาลแล้วละก็ จะได้มีคนช่วยลดภาระให้กับคุณ เพราะเรื่องหยูกยาค่าหมอในต่างประเทศนั้นแพงมาก โดยเฉพาะประเทศในโซนตะวันตก
มีนักเดินทางแถวหน้าของเมืองไทยคนหนึ่ง ด้วยหน้าที่การงานทำให้เธอต้องเดินทางไปต่างประเทศชนิดเดือนเว้นเดือน เลยซื้อประกันทั้งปีไปเลย ปรากฏว่ามีทริปหนึ่งเธอต้องไปประเทศนอร์เวย์ เหตุการณ์ไม่คาดฝันคือเกิดปวดท้องฉับพลัน ทั้งที่ก่อนเดินทางไม่ได้เกิดอาการอะไรมาก่อนเลย และปรากฏว่าหมดต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน โชคดีที่เธอทำประกันคุ้มครองเอาไว้ เพราะไม่อย่างนั้นเธอต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเที่ยวนี้ 3-4 แสนบาทเลยทีเดียว
ถึงแม้นโยบายการเดินทางของคุณจะยึดความคุ้มค่า ประหยัดและเขียมเค็มแค่ไหนก็ช่าง แต่เรื่องของความปลอดภัยไม่เข้าใครออกใครจริงๆ
ทุกวันนี้ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางกับบริษัททัวร์ ต้นทุนในการทำประกันมักรวมอยู่ในค่าแพ็กเกจทัวร์อยู่แล้ว แต่ถ้าหากเป็นนักเดินทางอิสระ ส่วนใหญ่มักมองข้ามการทำประกัน เพราะเห็นว่าเปลืองเงินและเชื่อมั่นว่าได้ดูแลและระวังตัวเป็นอย่างดีไม่มีประมาทอยู่แล้ว นอกเสียจากโดนสถานทูตของประเทศนั้นๆ (โดยเฉพาะยุโรป) บังคับว่าต้องยื่นเอกสารการทำประกันอุบัติเหตุการเดินทางประกอบการขอวีซ่าด้วย จึงต้องยอมทำอย่างจำใจ
ถ้ายังไม่สะดวกและยังเห็นว่าส่วนนี้ไม่จำเป็น ก็ขอแนะนำว่าให้ท่องเที่ยวโดยไม่ประมาท รู้วิธีเที่ยวอย่างถูกต้องเหมาะสม และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง
หากหลีกเลี่ยงการทำประกันไม่ได้ ก็ลองมาหาวิธีการทำประกันแบบคุ้มค่ากันดีกว่า เช่น ถ้าคุณแบกเป้ไปเที่ยวอินเดีย เนปาล หรือจีน ประเทศพวกนี้ไม่มีการบังคับให้คุณซื้อประกันอุบัติเหตุการเดินทางอยู่แล้ว แต่ถ้าเมื่อไหร่หันเหไปฝั่งยุโรปละก็ สถานทูตกำหนดให้คุณต้องซื้อประกันอุบัติเหตุการเดินทางที่มีวงเงินคุ้มครอง 1.5-3 ล้านบาท ไม่อย่างนั้นวีซ่าที่วาดหวังก็อาจจะไม่ได้มาประทับบนพาสปอร์ต
เมื่อจำเป็นต้องซื้อ ก็ไม่ใช่ว่านึกอยากจะซื้อกับบริษัทประกันอะไรก็ได้ เพราะบริษัทประกันบางแห่งไม่ได้รับการยอมรับจากสถานทูต เท่ากับว่าคุณเสียสตางค์ซื้อฟรีๆ เปล่าๆ
ไม่อยากมานั่งเซ็งทีหลัง โทรศัพท์ไปเช็คที่สถานทูตในประเทศที่คุณกำลังจะขอวีซ่า ว่ามีบริษัทประกันอะไรบ้างที่สถานทูตให้การรับรอง
เมื่อรู้แล้วว่าบริษัทประกันอะไรบ้างที่สถานทูตรับรอง คราวนี้ก็ยกหูโทรศัพท์ไปซื้อประกันอุบัติเหตุการเดินทางจากบริษัททัวร์ที่คุณใช้บริการอยู่เป็นประจำ หรือบริษัทที่คุณซื้อตั๋วเครื่องบินจากเขานั้นแหละ เผื่อว่าซื้อหลายอย่างเขาจะลดราคาให้อีก
บริษัทประกันแต่ละแห่งคิดเบี้ยประกันราคาไม่เท่ากัน ทั้งที่วงเงินคุ้มครองเท่ากัน และวันเดินทางเท่ากัน ฉะนั้น ถึงแม้เป็นเงินไม่มาก แต่ก็ต้องสอบถามจากหลายบริษัทแล้วเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจซื้อ
มีอีกข้อหนึ่งที่คุณควรจะซักถามให้ละเอียด คือ ประกันที่ว่าคุ้มครองทั่วโลก ยกเว้นที่ไหนบ้าง เรื่องพวกนี้ต้องซักถามให้ละเอียด จะได้ไม่เข้าใจผิดทีหลัง เพราะตามข้อเท็จจริงแล้ว ประกันที่บอกว่าคุ้มครองทั่วโลกยังมีข้อยกเว้นที่เราควรรับรู้ไว้ก่อน เช่น เขาไม่คุ้มครองอิรัก ปากีสถาน ซีเรีย อุซเบกิสถาน และอีกหลายประเทศ แม้แต่พม่าบางบริษัทยังระบุว่าคุ้มครองเฉพาะในย่างกุ้งเท่านั้น ถ้าออกนอกเขตไม่คุ้มครอง
เมื่อตกลงปลงใจซื้อกับบริษัทไหน ก็บอกบริษัททัวร์ถึงประเทศและจำนวนวันที่คุณเดินทาง รวมถึงวงเงินความคุ้มครองที่สถานทูตกำหนด ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าซื้อบนกรมธรรม์ประกันตรงตามพาสปอร์ต บอกชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับผลประโยชน์เป็นภาษาอังกฤษไม่ให้ขาดตกบกพร่อง เผื่อว่าเป็นอะไรไปเขาจะได้จ่ายสตางค์ให้ถูกคน
จำนวนวันเดินทางและวงเงินความคุ้มครองมีผลต่อราคาประกันให้แพงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเดินทางหลายวันหรือวงเงินคุ้มครองยิ่งสูงค่าประกันก็ยิ่งแพง ฉะนั้น ต้องเลือกอย่างละเอียดและให้คุ้มค่ามากที่สุด แนะว่า ถ้าจะซื้อประกันการเดินทาง ซื้อผ่านระบบออนไลน์ทางเว็บไซต์ดีกว่า ราคาจะถูกกว่าซื้อผ่านตัวแทนขาย
เอาเข้าจริงๆ แล้วต้นทุนการทำประกันนั้นไม่ได้แพงระยับจนรับไม่ได้ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงทำประกันภัยตัวเอง และทรัพย์สินเอาไว้ทุกครั้งที่เดินทางก็ดีไม่น้อย ไม่ใช่เลือกเฉพาะประเทศที่เสี่ยงถึงจะทำ
ก่อนจะเดินทาง ศึกษารายละเอียดของความคุ้มครองแล้วใช้ให้เป็นประโยชน์ เช่น กรณีที่ถ้ากระเป๋าเราเกิดสูญหายขึ้นมา หรือมาถึงล่าช้าคุณอาจใช้สิทธิ์ของเคลมได้
ข้อสำคัญก่อนออกเดินทางจดเบอร์โทรศัพท์หรือศูนย์ฮอตไลน์ของบริษัทประกันเอาไว้ด้วย เผื่อต้องใช้ฉุกเฉินจะได้ทันการ
แม้ว่าจะวางแผนไว้อย่างรัดกุมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่มีใครล่วงรู้ถึงอนาคต ว่าจะมีอะไรผิดแผกแทรกตัวขึ้นกลางทริปของคุณหรือไม่ สร้างความอุ่นใจไว้ด้วยประกันก็ดีไม่น้อย
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
เครดิตจากเวปไซด์ สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น